วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นิสัยประจำตัวของธาตุ ไฟ



ธาตุไฟ คือ ผู้ที่เกิดในเดือนมกราคม , กุมภาพันธ์ , มีนาคม

    ลักษณะและนิสัย
รูปร่างผอมบางถึงสมส่วน ผมหงอกเร็วก่อนวัย ผมและขนดกปาน
   กลางค่อนไปทางสีน้ำตาลอมแดง เส้นเล็กละเอียด ส่วนมากมักหัวล้าน มีไฝ่ฝ้าหรือ
   รอยด่างดำตามผิวหนัง ใบหน้าได้สัดส่วน แววตาคม ปากแดง ฟันเรียงตัวสม่ำเสมอ
   และเล็บเรียวอ่อนนุ่มโค้งมนได้รูปสวยงาม
          รักการเป็นผู้นำ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กระตือรือร้น ชอบ แข่งขัน จริงจัง ใจร้อน แต่เป็นคนมองโลกในแง่ดี และมีเหตุผล

นิสัยประจำตัวของธาตุ ลม


ธาตุลม คือ ผู้ที่เกิดในเดือนเมษายน , พฤษภาคม , มิถุนายน

    ลักษณะและนิสัย
รูปร่างโปร่ง ผิวแห้ง แพ้ง่าย ดวงตาค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของใบหน้า
    และศีรษะ ถ้าพักผ่อนไม่พอขอบตาจะคล้ำไม่สดใส ฟันเรียงตัวไม่เสมอกันมักบิ่นหรือ
    ผุง่าย เสียงแหบ ข้อกระดูกสั้น ทนร้อนและหนาวไม่ค่อยได้
          เป็นคนคิดเร็วและทำอะไรต่างๆรวดเร็ว คล่องแคล่ว ว่องไว โกรธง่ายหายเร็ว รู้จัก
    อ่อนน้อมถ่อมตัว เรียนรู้ได้เร็วแต่ขี้ลืม

นิสัยประจำตัวของธาตุ น้ำ

ธาตุน้ำ คือ ผู้ที่เกิดในเดือนกรกฎาคม , สิงหาคม , กันยายน

ลักษณะและนิสัย
รูปร่างสมส่วน ผิวพรรณสดใส ตาหวานเพราะมีน้ำในตามาก ผมดกดำงาม ทนหิว
     ร้อนและเย็นได้ดี เสียงโปร่ง และท่าทางการเดินที่มั่นคง
         อารมณ์เย็น ความจำดี พูดจานุ่มนวล และมักจะเก้บความรู้สึกได้ดี มีความเชื่อใน
     เรื่องโชคลาง มีความคิดสร้างสรรค์มาก และเป้นคนรักเพื่อน

นิสัยประจำตัวของธาตุ ดิน

  ธาตุดิน คือ ผู้ที่เกิดในเดือนตุลาคม , พฤศจิกายน , ธันวาคม

ลักษณะและนิสัย
     รูปร่างใหญ่ เจ้าเนื้อ น้ำหนักเพิ่มง่ายแต่ลดยาก คิ้วหนา ขนตายาว ตาโต ริมฝีปากใหญ่ ฟันขาวเรียงตัวสม่ำเสมอ ผมดกดำหนา เล็บใหญ่แข็งแรงมีสีอมชมพู พูดดังฟังชัด
     มี ความอดทนได้ดีทุกสภาพ ทั้งอากาศและการทำงานหนัก มีจิตใจอ่อนโยน รักสงบและหนักแน่น รักการประนีประนอม เรียนรู้ช้าแต่ความจำดี เวลานอนจะหลับสนิทนาน และไม่ค่อยฝัน ชอบเป็นผู้ตามมากกว่าผู้นำ ชอบทำมากกว่าพูดและเคลื่อนไหวค่อนข้างช้า

ไปเที่ยวสวนผึ้งกันดีกว่า

สวนผึ้ง ไม่ว่าฤดูนี้ หรือฤดูไหนก็ไปได้ เมืองเล็กๆ น่ารักสุดแสนน่ารักที่ใครๆ ก็อยากไปเยือนสักครั้ง วันนี้ สนุก! ท่องเที่ยว มีโอกาสดีได้เพื่อนพาเที่ยว สวนผึ้ง เป็นไกด์บุ๊คท่องเที่ยวชุด GO เล่มล่าสุด GO สวนผึ้ง มาพาเราไปลั้ลลาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ และสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติก ในดินแดนขุนเขาและสายหมอก ตรอกธารและทุ่งหญ้า
สวนผึ้ง เป็นจุดหมายปลายทางที่ไปได้ง่าย ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ แค่ 2-3 ชั่วโมงโดยการขับรถ ด้วยเหตุผลเหล่านี้เองทำให้ สวนผึ้ง เป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของบรรดานักท่องโลกยุคใหม่ที่ท้าทายให้ไปเยี่ยมเยือนเสมอ ตามคอนเซ็ปแบบ Go ที่ว่า "เล่มเดียวครบทั้งไปชม ไปชิม ไปช็อป" พร้อมแผนที่ อ่านง่ายใช้ได้จริง 4 สีทั้งเล่ม... ว่าแล้วก็ตาม GO สวนผึ้ง ไปเที่ยวใ้ห้สนุกกันได้เลย
ชม
The Scenery Resort & Farm
โด่งดังขึ้นชื่อจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของสวนผึ้งในเวลาอันรวดเร็ว และมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาไม่ขาดสาย ปัจจุบันจึงได้เปลี่ยนจากที่พักเป็นจุดแวะพักผ่อนเที่ยวชมฟาร์มและหาซื้อของ ฝากแบบ One Day Trip อย่าง เต็มรูปแบบ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเที่ยวชมได้มากขึ้น สิ่งที่ดึงดูดใจฮ็อตฮิตติดลมบนคือ ความน่ารักของเจ้าแกะขนปุกปุยน่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงฝูงใหญ่ที่ทางรีสอร์ท เลี้ยงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสตัวเป็นๆพร้อมกับการให้อาหารแกะ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆอีกมากมาย เช่น ยิงธนู ขี่ม้า (สำหรับเด็กๆมีม้าแคระให้ขี่) นั่งรถชมบรรยากาศฟาร์ม อีกทั้งยังมีมุมเด็ดๆท่ามกลางทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่มสดใส รายล้อมด้วบภูเขาสลับซับซ้อน ให้คนรักการถ่ายภาพได้โพสท่าถ่ายรูปกันอย่างหนำใจ
ที่อยู่ : 234 หมู่ 7 ตำบลสวนผึ้ง
โทรศัพท์ : 08-1000-6677
เวลาให้บริการ : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 น. - 18.00 น. วัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.30-18.30 น.
ค่าเข้าชม : ท่านละ 40 บาท (พร้อมหญ้าสำหรับเลี้ยงแกะ 1 กำ และซื้อเพิ่มได้ในราคากำละ 20 บาท)
น้ำตกเก้าชั้น
เดิมชื่อ น้ำตกเก้าโจน แต่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวนผึ้งมักจะเข้าใจผิดคิดว่าชื่อ "น้ำตกเก้าโจร" และ ตีความหมายว่าเป็นแหล่งซ่องสุมของโจรผู้ร้าย ฟังแล้วน่ากลัวมกกว่าน่ามาท่องเที่ยว หน่วยงานราชการในพื้นที่จึงได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "น้ำตกเก้าชั้น" แทน น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากธารน้ำร้อนบ่อคลึงประมาณ 1 กิโลเมตร จากลานจอดรถจะต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร ต้นน้ำของน้ำตกแห่งนี้อยู่บนเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และ มีฝนตกชุกตลอดปี จึงทำให้มีน้ำซับตลอดเวลาและก่อให้เกิดธารน้ำธรรมชาติไหลผ่านจากตอนกลางของ เทือกเขาลงมายังด้านล่าง กลายเป็นน้ำตกที่มีความงดงามไม่น้อยน้ำตกเก้าชั้นมีทั้งสิ้น 14 ชั้น แต่สามารถเที่ยวได้แค่ 9 ชั้น เนื่องจากชั้นบนกว่านั้นเป็นเขาสูงชันและเหวลึก ที่นี่คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติของป่าเบญจพรรณที่เต็มไปด้วยพรรณไม้หลากหลาย ส่วนใครอบากนอนค้างแรมกลางป่าเพื่ออิ่มเอมธรรมชาติให้จุใจ ก็มีจุดกางเต็นท์ไว้ให้บริการ ด้านหน้าทางเข้าน้ำตกยังมีร้านอาหารพื้นบ้านจำพวกส้มตำไก่ย่างฝีมือชาวบ้าน ให้อุดหนุนไปชิมบนน้ำตกด้วย
ที่อยู่ : หมู่ 7 บ้านห้วยผาก ตำบลสวนผึ้ง เวลาเปิด : 6.00 น. - 18.00 น. โทรศัพท์ : 0-3239-5498
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม แต่ต้องเสียค่าจอดรถคันละ 20 บาท
เขากระโจม
เป็นยอดเขาสุดเขตชายแดนระหว่างไทย-พม่า ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,045 เมตร บริเวณนี้เป็นที่อาศัยของของชุมชนชาวกะเหรี่ยงซึ่งอพยพมาจากเมืองทวายประเทศ พม่า ชาวกะเหรี่ยงเรียกยอดเขานี้ว่า "เขาลันดา" ซึ่งหมายถึง ภูเขาที่มีที่ราบ ส่วนชื่อ "เขากระโจม" นั้นได้รับฉายามาจากคนไทยที่เข้าไปทำเหมืองแร่ แล้วมองเห็นยอดเขาดูดล้ายกระโจมของชนเผ่าอินเดียนแดงนั่นเองที่นี่นับเป็น จุดชมทะเลหมอก ทิวทัศน์ขุนเขาฝั่งพม่า และชมพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมแสงแรกแห่งวันที่สวยที่สุดในสวนผึ้ง
การเดินทางขึ้นเขากระโจมค่อนข้างลำบากเพราะเส้นทางลาดชันมากมีเพียงรถขับ เคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นที่จะพาเราขึ้นสู่ยอดเขาได้ ใครอยากขึ้นไปต้องตื่นแต่เช้ามืด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและความชำนาญของคนขับ) ระหว่างทางจะได้ชมทิวทัศน์ของผืนป่าเขียวขจีรอบด้านและเห็นสายหมอกเคลื่อน ตัวอ้อยอิ่งอยู่เหนือหุบเขา เมื่อถึงยอดเขาก็จะเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาตะนาวศรีที่ทอดตัวยาวไปถึงชายแดน ประเทศเพื่อนบ้าน ท่ามกลางทะเลหมอกในยามเช้าและอากาศที่หนาวเย็นจับใจ ข้างบนมีลานกางเต้นท์สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆนอกจากห้องน้ำ
ขากลับจากชมทะเลหมอกแนะนำให้แวะเที่ยวน้ำตกผาแดงน้ำตกธรรมชาติที่ซ่อนตัว อยู่ในราวป่า มีต้นน้ำมาจากห้วยลันดาโดดเด่นด้วยผาหินสีแดงสมชื่อ ในอดีตเคยเป็นแหล่งน้ำที่ใช้สำหรับร่อนแร่ดีบุกและวุลแฟรม หากเดินทางไปเที่ยวในช่วงฤดูฝนให้ระวังตัวทากด้วย

การเดินทาง : กลุ่มรักษ์เขากระโจมมีบริการให้เช้ารถขึ้นเขาราคาประมาณ 1,600 บาท (โดยสารได้ 8-10 คน)
โทรศัพท์ : 08-6174-7951
ภโวทัยพิพิธภัณฑ์
เรือนไทยหลังใหญ่ห้อมล้อมด้วยร่มไม้ดูครึ้มเย็น มีป้ายบอกด้านหน้าว่า "ภโวทัยพิพิธภัณฑ์ (ภูมิปัญญาชาวบ้าน)" นี้ ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจของเจ้าของที่ต้องการอนุรักษ์ศิลปะและโบราณวัตถุ ของไทยไว้ บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ภายในประกอบด้วยอาคารจัดแสดงสองหลักคือ เรือนทรงไทยหลังใหญ่ สูงสองชั้น สร้างจากไม้เนื้อแข็งหลายชนิด เช่น ไม้สักทอง ไม้มะค่า ไม้ประดู่ และไม้แดง โดดเด่นด้วยการก่อสร้างแบบโบราณแท้ๆ นั่นคือ ฝาเรือนเป็นไม้เข้าลิ้นที่เรียกว่าฝาปะกนมีเสารองรับน้ำหนักทั้งหมด 94 ต้น หน้าจั่วแกะสลักด้วยฝีมือช่างพม่าดูมีมนตร์ขลัง ภาพในสว่างไสวด้วยตะเกียง ส่องให้เห็นวัตถุโบราณที่เจ้าของเก็บสะสมมาหลายปี อาทิ เครื่องแก้วเจียระไน กาน้ำชาจากเมืองจีน เครื่องกระเบื้องลายคราม ตลับแป้งและปิ่นทองคำสมัยกรุงศรีอยุธยา อีกหลังเป็นเรือนทรงไทยหมู่สร้างจากไม้สักทอง จักแสดงวิถีชีวิตและข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อน โดยมีโอ่งมังกร ของดีเมืองราชบุรีวางเรียงรายอยู่ใต้ถุนบ้าน นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมรถม้าแบต่างๆและไม้ดอกไม้ประดับของไทยหลากหลาย พันธุ์ไว้ชมกันด้วย หรือถ้าใครอยากนอนเล่นสักคืน ที่นี่ก็มีห้องพัก รวมทั้ง ร้านอาหารให้บริการด้วย

หอคอยเอ็นโซล

หอคอยเอ็นโซล ( N Seoul Tower)  หรือ หอคอยกรุงโซล (Seoul Tower) หรือบางครั้งเรียก “นัมซันทาวเวอร์” ( Namsan Tower ) เพราะตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน มีทางขึ้นอยู่ตรงสวนนัมซาน ( Namsan Park ) ซึ่งเป็นหอคอยที่มีความสูงจากฐานประมาณ 236.7 เมตร มีความสูงถึง 480 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 และเปิดให้เข้าชมเมื่อ ปี 1980 ซึ่ง SEOUL TOWER เป็นหอคอย 1 ใน 18 หอคอยเมืองที่สูงที่สุดในโลก มีทั้งหอคอยดูดาว มีภัตตาคาร ซึ่งแยกเป็น 3 โซน Tower, Plaza, และ Lobby
หอคอย N Seoul Tower ถือได้ว่าเป็น Landmark หรือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของกรุงโซลก็ว่าได้ มึความสวยงามมากในตอนกลางคืน ทำให้เป็นที่สนใจ ของทั้งผู้คนในประเทศเกาหลี และนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาชมทัศนียภาพอันงดงามของกรุงโซลยามค่ำคืน พร้อมยังมีลิฟต์ความเร็วสูงถึงสี่เมตรต่อวินาที เพื่อขึ้นไปยังบนหอคอย ข้างบนมีหน้าต่างกระจก ซึ่งจะจารึกไว้ด้วยชื่อของเมืองใหญ่ทั่วโลกที่อยู่ห่างจากจุดของหน้าต่าง นั้น Ex. " Paris is 8,908.51 km away, Rome is 8,982.44 km far, and New York is 11,061.86 km away from Seoul's tower. " ซึ่งท่านสามารถเห็นสถานที่ท่องเที่ยวจากหอคอยกรุงโซลได้ 360 องศา ( ชมวิวแบบพาโนรามา ) บางสามารถดูแม่น้ำ Han ซึ่งไหลผ่านใจกลางกรุงโซล บางสามารถดูภูเขา Bukhan ที่ล้อมรอบกรุงโซลและเทือกเขาของ Inwangsan ได้เลยทีเดียว
การ ขึ้นหอคอยกรุงโซล มีอยู่ 3 แบบ คือ 1. นั่งกระเช้าไฟฟ้าจากสถานีเนินเขา ตรงสวนนัมซาน / 2. เดินขึ้นเขาจากด้านล่าง ( นิยมมากสำหรับคนเกาหลี ตอนนั่งรถบัสขึ้น ถ้าได้ไปช่วงเย็นๆ ก็จะเห็นคนเกาหลีเดินไปเป็นคู่หนุ่มสาวบ้าง วิ่งออกกำลังกายบ้าง ) / 3. นั่งรถบัส แล้วเดินขึ้นเขาอีกหน่อย เพราะว่าทางรัฐบาลเกาหลี อนุญาติให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สามารถนำรถบัสไปจอดตรงลานจอดรถข้างบนได้ แต่ก็เดินต่อขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ก็เหนื่อยเหมือนกัน ซึ่ง N Seoul Tower นั้น สามารถเที่ยวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้ากลางวันก็จะเห็นวิวชัดเจน เห็นแม่น้ำฮัน เห็นภูเขาหัวมังกร ที่อยู่ด้านหลัง Blue House ได้ด้วย แต่ถ้าไปตอนเย็นๆหรือตอนกลางคืน ก็อาจมีการโชว์เล็กๆน้อยๆ ของคนเกาหลี และก็จะเห็นเขาเล่นไฟที่ตรงตัวของหอคอย ดั่งรูปข้างบน และเห็นแสง สี ยามค่ำคืนของกรุงโซล แต่ที่พลาดไม่ได้ ตอนที่ขึ้นลิฟท์ไปชมวิว 360 องศาเรียบร้อยแล้ว เดินลงบันไดมา 1 ชั้น ก่อนลงลิฟท์ แวะห้องน้ำหน่อยนะครับ เพราะท่านจะได้ฉี่ไป พร้อมดูวิวแบบโล่งได้ เหมือนได้ยืนฉี่สูงที่สุด ( เฉพาะท่นชายนะครับ ท่านหญิงไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยเข้าไปลอง
จุด ไฮไลท์ ของ N Seoul Tower ที่คู่รักทุกคู่ชาวเกาหลี จะต้องทำอย่างเสียไม่ได้คือ การคล้องกุญแจคู่รัก Love Key Ceremony บนโซลทาวเวอร์ โดยที่จะเขียนข้อความ หรือชื่อของคู่รักไว้บนแม่กุญแจ และก็จะนำแม่กุญแจนี้ไปคล้องกับรั้วเหล็ก ส่วนลูกกุญแจเค้าจะทิ้งไป ด้วยความเชื่อที่ว่าหากคู่รักคู่ใด ได้มาเยือนและคล้องกุญแจคู่รักกันที่นี่ จะทำให้ความรักของทั้งคู่ยืนยาว ไม่พรากจากกันไปตลอดกาล

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ประวัติวาเลนไทน์

กุมภาพันธ์เป็นเดือนที่อบอวลไปด้วยความสุขการแสดงถึงความรัก ความห่วงใยถึงคนที่ เราปรารถนาดีและ
อยากให้เขามีความสุข และเป็นที่รับรู้กันทั่วโลกว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรักหรือ Valentine’s Day และวันนี้ยังมีคิวปิด หรือกามเทพ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของ วันวาเลนไทน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คิวปิดเป็นบุตรของวีนัสและมาร์ส แต่ ชาวกรีกเรียกคิวปิดว่า อีรอส ภาพของ คิวปิดที่มนุษย์โลกปัจจุบันได้รู้จัก
ก็คือภาพเด็กน้อยที่ถือคันธนูและลูกศร มีหน้าที่ยิงศรรักให้ปักใจคน ปัจจุบัน คิวปิดและธนูของเขากลายมาเป็น เครื่องหมายแห่งความรักที่เป็นที่รู้จัก มากที่สุด และความรักของเขามีกล่าวถึงบ่อยในภาพของ การยิงศรรัก ระหว่าง หัวใจสองดวงให้รักกัน เรียกกันว่า ศรรักคิวปิด เราจึงมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยว กับประวัติความเป็นมาและความสำคัญ ของวันนี้กันค่ะ
เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้น ตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็น จักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจาก นี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่ง อิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาล เฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การ ดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะ ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่ง กรุงโรม พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มี ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การ ทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโอง การสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและ แต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนา ดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระ หว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เป็น ความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine”
.
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูก เก็บไว้ที่โบสถ์ พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุม ศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็น ที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทน แห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มา จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้อง หลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะ เป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความ กล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมายของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลอง เทศกาลแห่ง
วาเลนไทน์ ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือการ ปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงถึง ความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้าน การพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องมีการพิมพ์บัตร อวยพรโดยเข้ามาแทนที่จดหมายที่เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่งบัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วย ให้คนที่ต้องการ
แสดงความรักความห่วงใย ถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ประวัติ วันวาเลนไทน์นี้ เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกันมา จนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียง หนึ่งในหลายๆเรื่องเท่านั้น แต่ไม่ว่าประวัติ ที่แท้จริง จะเป็นอย่างไรก็ตาม ใน ปัจจุบัน นี้เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็น วันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยที เดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนมและ การ์ด เพื่อบอกความนัยให้แก่คนพิเศษ ของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึก ดีๆให้แก่กัน.
ความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือก หญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์